MG 4X เผยโฉมแรกพร้อมรายละเอียด SUV คันแรกบนแพล็ตฟอร์มเดียวกับ MG4 ตั้งเป้าขยายความสำเร็จของ MG4 Electric ไปสู่ตลาด SUV ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก เน้นชนตลาดแมส Compact SUV เช่น BYD ATTO 2 เป็นต้น
ทั้งนี้ MG ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ชื่อ “X” นั้นถูกใช้เพื่อสื่อถึงแนวคิด “Infinite Possibilities” โดยจะมุ่งโฟกัสที่กลุ่มผู้ใช้งานวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ พร้อมเทคโนโลยีสำคัญอย่างแบตเตอรี่ Liquid-Solid-State และระบบ Smart Cockpit
ไฮไลท์สำคัญ
ต่อยอดแพลตฟอร์ม MG4 สู่รูปแบบรถ SUV ที่มีความอเนกประสงค์มากขึ้น พร้อมอัปเกรดเทคโนโลยี
- แบตเตอรี่ไฮบริด “Liquid-Solid-State”
- ระยะทางวิ่งสูงสุด 510 กม. (CLTC)
- ระบบ Smart Cockpit พัฒนาร่วมกับ Oppo
- ระบบช่วยขับ Navigate on Pilot (NOA)
- ระบบจอดรถอัตโนมัติ
นอกจากนี้ระบบช่วยขับยังใช้ฮาร์ดแวร์จาก Horizon Robotics ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้าน AI และการประมวลผลข้อมูล

ดีไซน์ภายนอก
งานออกแบบรอบคันยังคงใช้ดีไซน์สไตล์เดียวกับ MG4 Electric แต่เพิ่มองค์ประกอบให้ดูแข็งแรงและยกสูง ตามสไตล์ SUV มากขึ้น
- โลโก้ MG เรืองแสง
- แถบไฟหน้า Light Bar ต่อเนื่อง
- กันชนหน้าดีไซน์สปอร์ต
- ระยะ Ground Clearance สูงตามสไตล์ครอสโอเวอร์
- ไฟท้ายเป็น Light Bar คล้าย MG4
Smart Cockpit
แม้ MG ยังไม่เปิดเผยภาพภายในเต็มรูปแบบ แต่ก็ได้มีการยืนยันว่ารถรุ่นนี้จะมาพร้อมระบบ Hand-Car Interconnection ที่พัฒนาร่วมกับ Oppo โดยระบบดังกล่าวจะช่วยให้
- เชื่อมต่อสมาร์ตโฟนกับรถได้แบบไร้รอยต่อ
- สั่งงานแอปพลิเคชันผ่านหน้าจอรถได้
- ลดอาการหน่วงของระบบอินโฟเทนเมนต์
นอกจากนี้ ด้านระบบช่วยขับขี่ ยังรองรับ “Highway Navigate on Pilot (NOA)” ที่เป็นระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง (Advanced Driver Assistance System – ADAS) ที่ช่วยให้รถสามารถ ขับขี่บนทางหลวงได้แบบ กึ่งอัตโนมัติ ทั้งการควบคุม คันเร่ง เบรก พวงมาลัย และการจอดรถให้อัตโนมัติ.. ผ่านการประมวลผลร่วมกันหลายส่วนเช่น กล้องรอบรอบคัน, เรดาห์, GPS และ AI เป็นต้น

แบตเตอรี่ Liquid-Solid State
หนึ่งในจุดขายสำคัญของ MG 4X คือ แบตเตอรี่ไฮบริด Liquid-Solid-State ที่ใช้สารอิเล็กโทรไลต์แบบกึ่งของแข็ง โดยมีของเหลวเพียง ประมาณ 5% เท่านั้น
ทำได้มีข้อได้เปรียบดังนี้
- เพิ่มความปลอดภัยด้านการระบายความร้อน
- ลดความเสี่ยงในการลุกไหม้ของแบตเตอรี่
- ทำงานได้ประสิทธิภาพดีในอุณหภูมิต่ำ
- ระยะทางวิ่งสูงขึ้น โดยรุ่นที่ติดตั้งมาให้จะวิ่งได้ 510 กม. (CLTC)
มิติตัวรถ
น้ำหนักตัวรถประมาณ 1,485 กก. มีขนาดโดยรวมใหญ่กว่า BYD Atto 2 เล็กน้อยในด้านความยาวและฐานล้อ
| รุ่น | ยาว | กว้าง | สูง | ฐานล้อ |
|---|---|---|---|---|
| MG 4X | 4,395 มม. | 1,842 มม. | 1,551 มม. | 2,750 มม. |
| BYD Atto 2 | 4,310 มม. | 1,830 มม. | 1,675 มม. | 2,620 มม. |
GWM WEY V9X เผยโฉม SUV ปลั๊กอินไฮบริด วิ่งไฟฟ้าสูงสุด 363 กม.
BYD Seal 07 EV เผยภาพทางการ วิ่งไกลสุด 705 กม. เตรียมเปิดตัวเร็วๆนี้
Suzuki e VITARA เผยสเป็กก่อนเปิดตัว Compact SUV คันแรกของบ้าน









